บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท์ คลับ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) · KCCAMC

เหตุการณ์และพัฒนาการที่สำคัญของบริษัท

เส้นทางการเติบโตของ KCCAMC ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2543 จนได้รับอนุญาตเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai

2543 ปีก่อตั้ง
22 สิงหาคม 2543

จดทะเบียนก่อตั้งบริษัท ทุนเริ่มแรก 0.10 ล้านบาท

จดทะเบียนก่อตั้งบริษัทในชื่อ บริษัท ริชชี่ แคปปิตอล อัลลายแอนซ์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 0.10 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท ซึ่งในช่วงแรกบริษัทยังไม่ได้ประกอบกิจการใด ๆ

2546 เพิ่มทุน
ปี 2546

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10.00 ล้านบาท เริ่มธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงิน

บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 9.90 ล้านบาท จากเดิม 0.10 ล้านบาท เป็น 10.00 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 990,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เสนอขายให้แก่ นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี ทำให้ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.00 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว เพื่อประกอบธุรกิจให้บริการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินด้านการปรับปรุงโครงสร้างหนี้

2547 เปลี่ยนชื่อบริษัท
11 กันยายน 2547

เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ไนท์ คลับ แคปปิตอล จำกัด

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นของบริษัท ครั้งที่ 1/2547 มีมติอนุมัติให้เปลี่ยนชื่อบริษัทจาก บริษัท ริชชี่ แคปปิตอล อัลลายแอนซ์ จำกัด เป็น บริษัท ไนท์ คลับ แคปปิตอล จำกัด

2556 ได้รับอนุญาตเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์
ปี 2556

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 25.00 ล้านบาท

บริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 15.00 ล้านบาท จากเดิม 10.00 ล้านบาท เป็น 25.00 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 1,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เสนอขายให้แก่ นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี และ นายทวี กุลเลิศประเสริฐ เพื่อให้บริษัทมีคุณสมบัติครบถ้วนในการขออนุญาตเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ทำให้นายสุชาติถือหุ้นร้อยละ 76.00 และนายทวีถือหุ้นร้อยละ 24.00 ของทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว

5 กรกฎาคม 2556

เปลี่ยนชื่อเป็น KCCAMC และได้รับอนุมัติเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์

บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท์ คลับ แคปปิตอล จำกัด และได้ยื่นขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริหารสินทรัพย์จากธนาคารแห่งประเทศไทย โดยได้รับอนุมัติให้จดทะเบียนเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ตามพระราชกำหนดบริษัทบริหารสินทรัพย์ พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

2558 เพิ่มทุน
28 กรกฎาคม 2558

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 100.00 ล้านบาท

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2558 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 75.00 ล้านบาท จากเดิม 25.00 ล้านบาท เป็น 100.00 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 7,500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เสนอขายให้แก่นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี และนายทวี กุลเลิศประเสริฐ เพื่อใช้เป็นเงินลงทุนในการจัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ทำให้นายสุชาติถือหุ้นร้อยละ 70.00 และนายทวีถือหุ้นร้อยละ 30.00 (จดทะเบียนเพิ่มทุน 10 สิงหาคม 2558)

2559 เพิ่มทุน & ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น
16 พฤษภาคม 2559

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 130.00 ล้านบาท

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2559 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 30.00 ล้านบาท จากเดิม 100.00 ล้านบาท เป็น 130.00 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 3,000,000 หุ้น เสนอขายในราคาหุ้นละ 30.00 บาท (รวม 90.00 ล้านบาท: ทุน 30.00 ล้านบาท + ส่วนเกินมูลค่าหุ้น 60.00 ล้านบาท) เพื่อลงทุนจัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ผู้ถือหุ้นเดิมสละสิทธิทั้งหมด โดยมี นายศึกษิต เพชรอำไพ ใช้สิทธิจองซื้อเกินสิทธิเพียงรายเดียว ทำให้ถือหุ้นเพิ่มเป็นร้อยละ 23.08 (จดทะเบียน 26 พฤษภาคม 2559)

ตุลาคม – ธันวาคม 2559

ปรับโครงสร้างการถือหุ้นเข้าสู่ KCCH

เดือนตุลาคม 2559 นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี และนายทวี กุลเลิศประเสริฐ เปลี่ยนการถือหุ้นจากนามบุคคลเป็นถือผ่าน บริษัท ไนท์ คลับ แคปปิตอลโฮลดิ้ง จำกัด (“KCCH”) รวมสัดส่วนร้อยละ 76.92 โดยทั้งสองเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ใน KCCH ร้อยละ 70.00 และ 30.00 ตามลำดับ ต่อมาเดือนธันวาคม 2559 นายศึกษิต เพชรอำไพ จำหน่ายหุ้นทั้งหมดร้อยละ 23.08 ให้แก่นายสุชาติ (ร้อยละ 16.15) และนายทวี (ร้อยละ 6.92) ในราคาหุ้นละ 30.00 บาท

2560 เพิ่มทุน
15 ธันวาคม 2560

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 180.00 ล้านบาท

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 2/2560 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 50.00 ล้านบาท จากเดิม 130.00 ล้านบาท เป็น 180.00 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 5,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (จดทะเบียน 25 ธันวาคม 2560)

26 ธันวาคม 2560

โอนหุ้นภายในครอบครัว

นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี ขายหุ้นบริษัทจำนวน 1,500,000 หุ้น ในราคาหุ้นละ 10.00 บาท คิดเป็นร้อยละ 8.33 ของทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว ให้แก่ นายโภคิน บุญบรรเจิดศรี ซึ่งเป็นบุตรชาย ทำให้นายสุชาติถือหุ้นในบริษัทเหลือร้อยละ 7.82 (ไม่รวมหุ้นที่ถือผ่าน KCCH)

2561 ปรับโครงสร้างหุ้น & เพิ่มทุน
มีนาคม 2561

KCCH คืนหุ้นกลับสู่ผู้ถือหุ้นบุคคล

KCCH ขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัททั้งหมดร้อยละ 76.92 ให้แก่นายสุชาติ บุญบรรเจิดศรี และนายทวี กุลเลิศประเสริฐ ในสัดส่วนร้อยละ 70.00 และ 30.00 ของสัดส่วนที่ KCCH ถืออยู่ ในราคาหุ้นละ 10.00 บาท ทำให้ทั้งสองถือหุ้นในบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 61.67 และ 30.00 ตามลำดับ

19 ตุลาคม 2561

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 230.00 ล้านบาท

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2561 มีมติอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 50.00 ล้านบาท จากเดิม 180.00 ล้านบาท เป็น 230.00 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 5,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10.00 บาท เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วน เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (จดทะเบียน 30 ตุลาคม 2561)

2562 ออกหุ้นกู้ครั้งแรก
13 กันยายน 2562

ออกหุ้นกู้ครั้งแรก มูลค่า 120.00 ล้านบาท

บริษัทออกหุ้นกู้จำนวน 120,000 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000.00 บาท คิดเป็น 120.00 ล้านบาท อายุ 1 ปี ครบกำหนดไถ่ถอน 13 กันยายน 2563 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 5.00 ต่อปี (จ่ายทุก 3 เดือน) เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และไม่มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 10 ราย — ปัจจุบันไถ่ถอนครบเรียบร้อยแล้ว

2563 ออกหุ้นกู้
2 ตุลาคม 2563

ออกหุ้นกู้ มูลค่า 150.00 ล้านบาท

บริษัทออกหุ้นกู้จำนวน 150,000 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000.00 บาท คิดเป็น 150.00 ล้านบาท อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอน 2 ตุลาคม 2565 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6.00 ต่อปี (จ่ายทุก 3 เดือน) เพื่อชำระคืนหุ้นกู้ที่ครบกำหนดและใช้เป็นเงินลงทุนในการจัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน เสนอขายต่อผู้ลงทุนโดยเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 10 ราย

2564 แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน
23 กันยายน 2564

แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน เปลี่ยนพาร์ และเพิ่มทุนเป็น 310.00 ล้านบาท

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2564 มีมติสำคัญ ได้แก่ (1) อนุมัติแปรสภาพบริษัทจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชน ในชื่อ “บริษัท บริหารสินทรัพย์ ไนท์ คลับ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)” (2) เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากหุ้นละ 10.00 บาท เป็น หุ้นละ 0.50 บาท ทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มจาก 23 ล้านหุ้น เป็น 460 ล้านหุ้น และ (3) เพิ่มทุนจดทะเบียนอีก 80.00 ล้านบาท จากเดิม 230.00 ล้านบาท เป็น 310.00 ล้านบาท โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุน 160 ล้านหุ้น เสนอขายประชาชน พร้อมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (จดทะเบียนแปรสภาพ 27 กันยายน 2564)

2565 เข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ mai
12 เมษายน 2565

ออกหุ้นกู้ มูลค่า 350.00 ล้านบาท

บริษัทออกหุ้นกู้จำนวน 350,000 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000.00 บาท คิดเป็น 350.00 ล้านบาท อายุ 1.5 ปี ครบกำหนดไถ่ถอน 12 ตุลาคม 2566 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6.50 ต่อปี (จ่ายทุก 3 เดือน) เพื่อใช้จัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบันและ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่

5 พฤษภาคม 2565

เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai วันแรก

บริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) และทำการซื้อขายในตลาดเป็นวันแรก

2566 ออกหุ้นกู้ & ปรับโครงสร้างกลุ่ม
30 มีนาคม 2566

ออกหุ้นกู้ มูลค่า 500.00 ล้านบาท

บริษัทออกหุ้นกู้จำนวน 500,000 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000.00 บาท คิดเป็น 500.00 ล้านบาท อายุ 1 ปี 11 เดือน 28 วัน ครบกำหนดไถ่ถอน 28 มีนาคม 2568 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6.25 ต่อปี (จ่ายทุก 3 เดือน) เพื่อใช้จัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่

9 กันยายน 2566

อนุมัติแผนปรับโครงสร้างและเพิกถอนหุ้นออกจากตลาดหลักทรัพย์

ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2566 มีมติอนุมัติ แผนการปรับโครงสร้างและการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง, แผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการของบริษัท, การขอเพิกถอนหุ้นออกจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนเพื่อให้สอดคล้องกับแผนดังกล่าว, การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับการที่บริษัทโฮลดิ้งจะเข้าเป็นผู้ถือหุ้น และการมอบอำนาจที่เกี่ยวข้อง

10 ตุลาคม 2566

ออกหุ้นกู้ มูลค่า 400.00 ล้านบาท

บริษัทออกหุ้นกู้จำนวน 400,000 หน่วย มูลค่าที่ตราไว้หน่วยละ 1,000.00 บาท คิดเป็น 400.00 ล้านบาท อายุ 2 ปี ครบกำหนดไถ่ถอน 10 ตุลาคม 2568 อัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 6.25 ต่อปี (จ่ายทุก 3 เดือน) เพื่อชำระคืนหนี้จากการออกหุ้นกู้และใช้จัดหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพและทรัพย์สินรอการขาย เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ เสนอขายต่อผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่

Compare listings

เปรียบเทียบ